Active Voice / Passive Voice

 

Verbs:
Active/Passive Voices


Voice    หมายถึงวิธีพูด    
Active Voice  หมายถึงรูปกริยาซึ่งประธานเป็นผู้กระทำหรือแสดงกริยานั้นโดยตรง   เช่น

The dog bit the boy.  สุนัขกัดเด็กชาย  ( สุนัขเป็นประธานผู้กระทำโดยตรง และเด็กชายเป็นกรรม)
Dara will present her research at the conference.
Susan is cooking dinner.
They are going to build  a new house  soon.

Passive Voice  หมายถึงรูปกริยาซึ่งประธานเป็นผู้ถูกกระทำกริยานั้นโดยผู้อื่น  

หลักการใช้  Passive Voice มีดังนี้
  • ให้ความสำคัญกับกรรม  ( object ) ของประโยคหรือสิ่งที่ถูกกระทำมากกว่าประธาน   หรือไม่สนใจว่าใครทำแต่สนใจผลที่เกิดขึ้น เช่น
    Your bicycle has been damaged.  รถจักรยานของคุณถูกทำเสียหาย
    ( ประโยคนี้ไม่สนใจว่าใครเป็นคนทำ  สนใจแต่เพียงว่ามีการเสียหายเกิดขึ้น  เช่นเดียวกับประโยคต่อไป)
    Rules are made to be broken. ( by ? )

    Police are being notified ( by? ) that three prisoners have escaped.
    Everything will have been done by Tuesday.
  • ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงผู้กระทำ เนื่องจากรู้กันอยู่แล้ว
    The thieves were all arrested .  ( เป็นทั่รู้กันอยู่ว่าผู้จับน่าจะเป็นตำรวจ )
    English is spoken here.  ( ผู้ที่พูดคือคนโดยทั่วไป )
  • เมื่อไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ
    Printing was invented in China. ( ผู้คิดค้นเป็นใครไม่ทราบ )
การทำ Active Voice  ให้เป็น Passive Voice

I ประโยคที่มีกรรมตัวเดียว ( Direct Object )

  • เอากรรมของประโยคขึ้นมาเป็นประธาน
  • ใช้ verb to be ให้ถูกต้องตามประธาน
  • กริยาแท้ในประโยคให้เปลี่ยนเป็นช่อง 3  ( past participle )
  • เอาประธานของประโยค Active  ไปเป็นกรรมหลัง by

เช่น

The boy was bitten by  the dog. ( เอากรรมคือเด็กชายขึ้นมาเป็นประธาน )
Research will be  presented by Dara at the conference.
Dinner is being cooked by Susan.
A new house is going to be  built . ( by them )

หมายเหตุ      ผู้กระทำในประโยค  Passive  ที่เป็น phrase  ” by the……”  อาจจะละไว้ก็ได้

สรุปการใช้ประโยค Passive Voice ของ  Tenses ต่างๆ

Tenses ประธาน
กริยาช่วย
Past
Participle
เอกพจน์ พหูพจน์
Present The car/cars is are designed.
Present perfect The car/cars has been have been designed.
Past The car/cars was were designed.
Past perfect The car/cars had been had been designed.
Future The car/cars will be will be designed.
Future perfect The car/cars will have been will have been designed.
Present progressive The car/cars is being are being designed.
Past progressive The car/cars was being were being designed.

II. ประโยคที่มีกรรมตรง และกรรมรอง ( Direct  & indirect object)

มื่อประโยค Active มีกรรม 2 ตัวคืือ
กรรมตรง ( Direct Object )  =  สิ่งของ
กรรมรอง ( Indirect object )    =  บุคคล
เมื่อจะเปลี่ยนเป็น Passive  นิยมเอากรรมรอง คือบุคคลขึ้นเป็นประธาน  ถ้าจะเอากรรมตรงเป็นประธานก็ได้ แต่ต้องใส่บุพบท to ข้างหน้ากรรมรองที่เหลืออยู่ด้วย เช่น

Active:The teacher gave me a book.
Passive: I was given a book by the teacher. ( กรรมรองเป็นประธาน )
Passive : A book was given to me by the teacher.  ( กรรมตรงเป็นประธาน )

Active: My father gave ten dollars to my sister.
Passive : My sister was given ten dollars by my father. ( กรรมรองเป็นประธาน )
Passive : Ten dollars were given to my sister by my father. ( กรรมตรงเป็นประธาน )

Active: The guide will show you the museum.
Passive: You will be shown the museum by the guide. ( กรรมรองเป็นประธาน )
Passive: The museum will be shown to you by the guide. ( กรรมตรงเป็นประธาน )

ตัวอย่างกริยาที่มีกรรมได้ 2 ตัวได้แก่

give answer show tell
send buy call teach
ask sell write lend

III  คำกริยาที่ไม่สามารถทำให้เป็นประโยค Passive ได้คือ

กริยาที่ไม่สมบูรณ์ด้วยตัวเองซึ่งเราเรียกว่า Linking verbs ( Copular Verbs)  เป็นคำกริยาที่ ต้องมีส่วนสมบูรณ์ ( complement ) เข้ามาช่วยจึงจะได้ความหมายสมบูรณ์โดยไม่ต้องมีกรรม   คำเหล่านี้ได้แก่

be keep sound get prove
seem stay smell go turn
appear look taste come turn out
remain feel become grow end up, wind up

เช่น

Active voice : He became a successful business man.
จะเปลี่ียนเป็น  A  successful business man was become by  him. ไม่ได้

ตัวอย่างของประโยคที่คำกริยาเป็น linking verb  เช่น

You look lovely.
My hand feel cold.
That sounds good to me.
It smells funny in this room.

IV   ใช้ get แทน  be ในประโยค Passive  ( ในการใช้อย่างไม่เป็นทางการ )

คำกริยาต่อไปนี้ อาจใช้กับ get แทน verb to be

tire dress upset invite pay do marry,divorce
hurt accustom confuse bore hire disgust stuck
lose worry drink pack fire engage hit


He was lost  = He got  lost.
She wasn’t invited  = She didn’t get invited.
They were married last year. = They got married last year.
I didn’t stay for the end of the movie because I got bored.
There was an accident, but luckily nobody got hurt.

การใช้ประโยคโดยทั่วไปจะใช้เป็น   Active  Voice   และหลีกเลี่ยงการใช้  Passive เท่าที่จะทำได้    แต่หากจะมีการใช้ Passive Voice ก็มักจะใช้ในการเขียนเอกสารที่เป็นทางการ ข่าว และรายงาน ทางวิทยาศาสตร์.

ช่น ในข่าวในหนังสือพิมพ์

The woman was killed at. . . .
The boy was struck by. . . .”
President Kennedy was killed.   (  ไม่ใช้ Oswald killed President Kennedy.)
It was reported that. . . .
It was recommended that. . . ..
It is reported that……
This letter will confirm. . . .     ( ไมใช่ I write this letter to confirm. . . . )
He was jailed for three months.

ในรายงานการศึกษาวิจัย ซึ่งผู้อ่านจะสนใจผลมากกว่าสนใจผู้กระทำ

It can be seen that…….
Heart disease is considered the leading cause of death in the United States
The interviews were conducted in groups.
The sample was weighed to find its dry weight .


ประโยค Active Voice คือ ประโยคที่มีประธานเป็นผู้กระทำ หรือ แสดงกริยาโดยตรง

Subject + Verb

ตัวอย่างเช่น
He plays tennis. (เขาเล่นเทนนิส)
I will clean the house tonight. (ฉันจะทำความสะอาดบ้านคืนนี้)
ประโยค Passive Voice คือ ประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ

Subject + Verb to be + Verb 3 (Past Participle)

ตัวอย่างเช่น
The book was written by me.
I was punished by the teacher.

หลักการเปลี่ยนประโยค Passive Voice เป็น Active Voice ในกรณีต่างๆ

1. กรณีที่ประโยคมีกรรมตัวเดียว (Direct Object)
       1.1 เปลี่ยนกรรม (object) ในประโยค Active Voice มาเป็นประธานในประโยค

1.2 เปลี่ยนประธาน (subject) ในประโยค Active Voice มาเป็นกรรมในประโยค พร้อมกับใส่คำว่า “by” ด้านหน้า

1.3 ทำการผันรูปกริยาให้อยู่ในช่องที่ 3 (Past Participle) พร้อมกับเติม Verb to be ด้านหน้า เช่น is, am , are, was, were, be, being, been ซึ่งขึ้นอยู่กับ Tense ของประโยคนั้นๆ

2. กรณีที่ประโยคมีกรรมตรง (Direct Object) และกรรมรอง (Indirect Object)
 ตัวอย่าง My sister gave me a birthday present.

2.1 เรานิยมนำกรรมรอง (Indirect Object) ขึ้นมาเป็นประธาน เช่น

              I was given a birthday present by my sister.

2.2 เราสามารถนำกรรมตรง (Direct Object) ขึ้นมาเป็นประธานได้ แต่จะต้องใส่ “to” หน้ากรรมรองเสมอ เช่น

              A birthday present was given tome by my sister.ข้อสังเกต
1. เราไม่จำเป็นต้องระบุผู้กระทำลงไปในประโยค Passive Voice ในกรณีที่
ประโยคนั้นไม่ต้องการที่จะเน้นผู้กระทำ เช่น
Our new house is going to be built next month. (ละผู้กระทำไป เนื่องจากต้องการที่จะเน้นถึงบ้านหลังใหม่ว่ากำลังจะถูกสร้างเท่านั้น

ต้องการละผู้กระทำไว้ เนื่องจากเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว เช่น

The thieves were all arrested (ละคำว่า by police เนื่องจากเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าตำรวจมีหน้าที่จับขโมย)

ไม่ทราบว่าใครคือผู้กระทำ เช่น

This building was built in 1999. (เราไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สร้างตึกนี้ รู้เพียงแต่ว่าตึกนี้ถูกสร้างมาในปี 1999)

               ตัวอย่างการผันรูปเป็นประโยค Passive Voice แบบไม่มีผู้กระทำ

                                Active Voice:
                                       We must strictly follow the company rules.
เราจะต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของบริษัทอย่างเคร่งครัด
                                 Passive Voice:
                                       Company rules must be strictly followed. (ละเว้นคำว่า “by us” ออกไป)
กฎเกณฑ์ของบริษัทจะต้องได้รับการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
2. เราสามารถสร้างประโยค Passive Voice ในรูปแบบไม่เป็นทางการได้ด้วยการสร้างประโยคในรูปแบบของ Get-Passive ซึ่งเป็นการนำคำว่า “get” มาใช้แทน Verb to be ซึ่งมีโครงสร้าง ดังนี้
Subject + get + Verb 3 (Past Participle)

คลิกเพื่อศึกษาต่อเรื่อง Get-Passive

3. กริยาที่ไม่ สมบูรณ์ด้วยตัวเอง (Linking Verbs) ไม่สามารถผันให้อยู่ในรูปประโยคของ Passive Voice ได้ เพราะ คำกริยาเหล่านี้ไม่สามารถมีกรรมได้ ซึ่งได้แก่
appear be become come
end up / wind up feel get go
grow look prove remain
seem sound stay smell
taste turn turn out
ตัวอย่างเช่น
This soup tastes strange. (ซุปชามนี้รสชาติแปลก)
I stayed in my room all day. (ฉันอยู่ในห้องของฉันทั้งวัน)