Punctuation Marks (เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาอังกฤษ)

Punctuation Marks (เครื่องหมายวรรคตอนในภาษาอังกฤษ)

Punctuation Marks หรือ เครื่องหมายวรรคตอน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากในการเขียนภาษาอังกฤษ เนื่องจากในทุกประโยคภาษาอังกฤษนั้นประกอบด้วย Punctuation Marks ทั้งสิ้น ซึ่งเราสามารถจำแนก Punctuation Marks ได้ดังนี้
1. Period / Full stop ( . ) หรือ เครื่องหมายมหัพภาค
   -ใช้เมื่อจบประโยคในประโยคบอกเล่าหรือประโยคคำสั่ง
-ใช้หลังอักษรย่อต่างๆหรือคำย่อ เช่น Dr.(Doctor), Mr.(Mister) และอื่นๆ
2. Comma ( , ) หรือ เครื่องหมายจุลภาค/เครื่องหมายลูกน้ำ)
– ใช้คั่นเพื่อแยกคำนามซ้อน เช่น Thailand, a country in Asia, is famous for its beautiful temples.
– ใช้แยกระหว่างคำที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เช่น I want a car, a motorcycle, and a bicycle.
– ใช้แยกคำคุณศัพท์ที่บอกสี เช่น a blue, yellow bicycle
– ใช้แยกคำคุณศัพท์ที่ตามหลังคำนาม เช่น My girlfriend is slim, tall, and beautiful.
– คั่นข้างหน้าหรือข้างหลังชื่อ เช่น
Christina, where have you been?
What would you like to eat, Lita?
– คั่นประโยคที่ตามหลัง Yes, No และ Well ที่ขึ้นต้นประโยค เช่น
Are you Thai? Yes, I am.
Well, I’m not sure if I can do that.
– ใช้เพื่อแยกข้อความในประโยคคำพูด เช่น He said, “They are happy.”
– คั่นระหว่างปีที่ตามหลังเดือน, ถนนกับเมือง, เมืองกับประเทศ เช่น
Today is May 4th, 2008.Tang lives at 76 Satorn Road, Bangkok.
3. Semi-colon ( ; ) หรือ เครื่องหมายอัฒภาค
– ใช้คั่นประโยคที่มีเครื่องหมาย comma คั่นอยู่แล้ว เช่น Hello, Nittaya; Please come here.
– ใช้ทำหน้าเพื่อเชื่อมประโยคสองประโยคที่มีเนื้อหาเกี่ยวพันกันวางไว้หน้าadverbs ได้แก่
therefore (ดังนั้น) besides (นอกจากนี้) เป็นต้น เช่น
Canada is very cold; therefore people must wear heavy coats in the winter.
4. Colon ( : ) หรือ เครื่องหมายมหัพภาคคู่/เครื่องหมายทวิภาค
– ใช้ colon ก่อนการประโยคอธิบาย เช่น He decided to buy a car: he had to travel to the remote area.
– ใช้แจ้งรายการ ซึ่งนิยมใช้หลังคำเหล่านี้ the following หรือ as follows เป็นต้น เช่น We require the following for our camping trip: tent, bags, and boots.
5. Exclamation Mark ( ! ) หรือ เครื่องหมายอัศเจรีย์
ใช้หลังคำอุทานหรือประโยคอุทาน เช่นOh! you are so beautiful. Watch out! Go away!
6. Apostrophe ( ‘ ) หรือ เครื่องหมายวรรคตอน
– ใช้แสดงความเป็นเจ้าของของคำนามทั้งนามเอกพจน์และนามพหูพจน์ เช่น The doctor’s car, The men’s club, Somkiet’s dog
– ใช้แสดงความเป็นเจ้าของของคำนามพหูพจน์ที่เติม s หรือชื่อเฉพาะที่มี s เช่น The girls’ books, Charles’ school
– ใช้สำหรับย่อคำ เช่น can’t (can not), it’s (it is), I’d rather (I would rather)
7. Question Mark ( ? ) หรือ เครื่องหมายปรัศนี
ใช้กับประโยคคำถาม เช่น Is that food hot?
8. Quotation Marks ( ” ” ) หรือ เครื่องหมายอัญประกาศ
ใช้เขียนคร่อมข้อความที่เป็นประโยคคำพูด เช่น
He said, “I am going home.” “I can help you move,” Narong volunteered.
9. Hyphen ( – )หรือ เครื่องหมายยติภังค์
ใช้เพื่อเชื่อมคำสองคำให้เป็นคำเดียวกัน เช่น ex-husband, anti-American two-day holiday
10. Dash ( — ) หรือ เครื่องหมายเส้นประ
ใช้เพื่อเน้นข้อความที่แทรกเข้ามาเพื่ออธิบายหรือใช้คั่นคำละไว้ในฐานที่เข้าใจหรือเปลี่ยนใหม่ เช่น
I got lost, forgot my bag, and missed my plane– it was a terrible trip.
If I had a lot of money, I would –Oh, what am I thinking? I will never be rich.
11. Oblique / Slash ( / ) หรือ เส้นแบ่ง
ใช้แทรกระหว่างประโยคเพื่อแทนคำว่า หรือ เช่น
Please insert your card/cash into the machine.